หัวเรือใหญ่.. เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ นักรบ เนียมนามธรรม เปิดแนวรุกครั้งใหม่ในตลาดความปลอดภัยบนเครือข่าย

ชื่อของ นักรบ เนียมนามธรรม ที่ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัทเอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี จำกัด ไม่ใช่ชื่อใหม่ในธุรกิจโซลูชั่นการรักษาความปลอดภับบนเครือข่าย เพราะเขาผู้นี้ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดนี้ในเมืองไทยมาตั้งแต่ต้น และการประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ ชื่อ เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวรีตี้ ที่ดำเนินธุรกิจหนึ่งปีทีผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในธุรกิจนี้เช่นกัน โดยบริษัทใหม่ของผู้ประกอบการผู้เชี่ยวชาญรายนี้ มีจุดเด่นที่สำคัญคือเรื่องของการ มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงในตลาดระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย ผสานกับความเข้าใจความต้องการของตลาด รวมถึงการมีโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ บทบาทของเอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ เน้นการเป็นที่ปรึกษาและพันธมิตรด้านระบบรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับองค์กรขนาดใหญ่ทุกภาคส่วน  ธุรกิจและนโยบายหลักของบริษัทฯ คือจัดหาและพัฒนาช่องทางการตลาด นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลยุคใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรม และการสร้างสรรค์ผลประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าผ่านพันธมิตร “ทั้งนี้แนวโน้มของการรักษาความปลอดภัยขององค์กรจะเน้นไปที่การป้องกันการจู่โจมของไวรัสทุกประเภท และภัยบนอินเทอร์เน็ตรูปแบบต่างๆ รวมถึงภัยรูปแบบใหม่ๆ เช่นการโจมตีในระบบการสื่อสารไร้สายที่มีการใช้งานมากขึ้นในปัจจุบัน” นายนักรบกล่าว ถึงแนวโน้มของธุรกิจนี้ โดยในช่วง 1 ปี ของการดำเนินกิจการ เอ็นฟอร์ซนำเสนอ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าหลายกลุ่ม อาทิ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา สาธารณสุข สถาบันการเงิน กลุ่มผู้ให้บริการ และกลุ่มองค์กรธุรกิจ โดยเรามุ่งที่จะสร้างผลประโยชน์จากการแข่งขันให้กับธุรกิจของลูกค้าโดยมีห้องแล็บอยู่ที่สำนักงานเพื่อการค้นคว้าและพัฒนา รวมถึงการวางแผนพัฒนาช่องทางการขายสำหรับตลาดประเทศไทยและสำนักงานสาขาในประเทศเวียดนาม ที่ได้รับความไว้วางในให้เป็นที่ปรึกษาด้านไอทีให้กับลูกค้าชั้นนำ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการรุกตลาดในต่างประเทศของบริษัท นักรบกล่าวว่า หัวใจสำคัญของบริษัท ยังเน้นยุทธศาสตร์การให้การสนับสนุนแก่พันธมิตรให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม เกินความคาดหวัง และในขณะเดียวกันเป็นการใช้เงินลงทุนของลูกค้าอย่างชาญฉลาด ด้วยความเข้าใจต่อความต้องการขององค์กร …

ถุงมืออิเล็กทรอนิกส์ “Raytheon” ช่วยจัดการข้อมูลขนาดใหญ่

แรงบันดาลใจในการพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์มาจากภาพยนตร์ “Minority Report หน่วยสกัดอาชญากรรมล่าอนาคต” ซึ่งแสดงโดย Tom Cruise  คาดว่า อีกไม่นานน่าจะได้รับการพัฒนาเข้ามาใช้ในวงการทหารเพื่อจัดการกับข้อมูลจริงๆ ในภาพยนตร์เราจะเห็น Cruise สวมถุงมืออิเล็กทรอนิกส์แล้วเรียกข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งภาพเคลื่อนไหว เสียง ตัวอักษร ขึ้นมาแสดงกลางอากาศ Cruise ดำเนินการจัดการข้อมูลเหล่านั้นด้วยการเคลื่อนไหวมือที่สวมถุงมือ  ค้นหาเบาะแสหรือเงื่อนงำ ประมวลผลและนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์อาชญากรรมที่เกิดในอนาคต เพื่อจับตัวอาชญากรที่กระทำความผิดมาลงโทษได้อย่างทันท่วงที ภาพยนตร์นี้สร้างขึ้นจากเรื่องสั้นของ Philip K.Dick  ซึ่งเป็นระบบคาดการณ์ของการเกิดอาชญากรรมในอนาคต โดยระบบดังกล่าวจะใช้คอมพิวเตอร์และมนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษในการรับรู้เหตุการณ์ในอนาคต/มองเห็นเหตุการณ์ในอนาคต แล้วข้อมูลที่ได้จากคำทำนายของมนุษย์ข้างต้นถูกนำมาประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์แล้วคาดการณ์/พยากรณ์ถึงการเกิดอาชญากรรมก่อนที่เหตุการณ์นั้นๆ จะเกิดขึ้น Raytheon ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาและผลิตอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ที่มลรัฐ Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยพัฒนามีดอเนกประสงค์ไฮเทค “Swiss Army Knife” ออกมาวางจำหน่ายจนได้รับความนิยมมาแล้วและปัจจุบันได้ดำเนินการพัฒนาถุงมือสำหรับเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ในรุ่นที่ใช้งานจริงโดยให้ John Underkoffler ซึ่งเป็นนักวิจัยอยู่ที่ Massachusetts Institute of Technology: MIT และเป็นเจ้าของความคิด รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับถุงมือ/อุปกรณ์เชื่อมต่อดังกล่าวที่ใช้ในภาพยนตร์ Minority Report เป็นผู้พัฒนาถุงมือให้กับบริษัทฯ เมื่อก่อน Underkoffler ได้พัฒนาวิธีการในการแสดงและการควบคุมข้อมูลโดยแสดงข้อมูลลงบนโต๊ะหรือผนังธรรมดาหรือเป็นที่รู้จักในนาม The Luminus Room แนวคิดนี้เพื่อต้องการให้กราฟฟิกออกมาจากมอนิเตอร์เพื่อให้ไปสู่โลกที่แท้จริง Underkoffler กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบใหม่นี้จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทหารสามารถจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ …

ไอซีที รับปากพร้อมเร่งแต่งตั้ง “บอร์ด กสท ชุดใหม่” สัปดาห์นี้ ทั้งรอเคาะราคากลางไทยโมบายหากไม่มีข้อยุติ

สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี รักษาการราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการ กสท โทรคมนาคม ให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ธุรกิจไทยโมบายยังดำเนินการต่อไป โดยที่รายชื่อคณะกรรมการดังกล่าวไม่ต้องเสนอ ครม. เนื่องจากเป็น องค์กรรัฐวิสากิจ ซึ่งหลังจากที่แต่งตั้งคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว จะร่วมเป็นประธานดำเนินการประชุมโดยด่วน ในการตกลงหาข้อสรุป ซื้อหุ้นไทยโมบาย ระหว่าง กสท โทรคมนาคม กับ ทีโอที ขณะนี้ กสท โทรคมนานคม ถือหุ้นอยู่ที่ 48 % และทีโอที ถืออีก 52 % หากไม่สามารถตกลงราคาซื้อขายหุ้น ทางกระทรวงไอซีที จะกำหนดราคากลางให้ ส่วนกรณี การควบรวมทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ตามนโยบายที่ต้องการจะผลักดันให้นำทรัพย์สินของ กสท โทรคมนาคม และ ทีโอที รวมกันเป็นบริษัทเดียวกันก่อนเข้าตลาด อาจจะเป็นชื่อ บริษัท TOT& CAT หรือ CAT&TO T แล้วแต่จะกำหนด ดีกว่าทั้งสองบริษัทต้องมาแข่งกันเอง โดยคาดว่า แนวทางดังกล่าวสามารถดำเนินการได้แน่นอน แต่อยู่ที่ความเด็ดขาดของนโยบาย …

อี ริคสัน ชูธง ความสำเร็จ ซื้อ มาร์โคนี พร้อมขึ้นแท่น ผู้นำโครงข่ายพื้นฐาน

อีริคสัน ประกาศความสำเร็จในการเข้าถือครองกิจการของ มาร์โคนี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจโ ครงข่ายส่งผ่านข้อมูล (transmission) ของอีริคสัน อันประกอบด้วยโครงข่าย บรอดแบนด์ และ IP มร . ฮันส์ คาร์ลสัน ประธานและผู้จัดการ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การที่อีริคสันเข้าถือครอง กิจการของมาร์โคนี จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจโครงข่ายส่งผ่านข้อมูล (transmission) ของอีริคสัน อันประกอบด้วยโครงข่าย บรอดแบนด์ และ IP ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 2548 อีริคสัน ได้เข้าถือครองทรัพย์สินประมาณร้อยละ 75 ที่เกิดจากการดำเนินการธุรกิจของมาร์โคนี อันประกอบด้วย ธุรกิจ Optical networking , ธุรกิจโครงข่ายบรอดแบนด์และโครงข่ายคลื่นวิทยุพื้นฐาน (Broadband and Fixed radio access network), ธุรกิจซอร์ฟสวิทซ์ (Softswitch), ธุรกิจอุปกรณ์และบริการโครงข่ายข้อมูล กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านโทรคมนาคม เครื่องหมายการค้า รวมตลอดถึงชื่อและตราผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ โดยการเข้าถือครองดังกล่าวทำให้อีริคสัน ซึ่งเป็นผู้จัดหาบริการด้านโครงข่าย สามารถมุ่งเน้นให้บริการลูกค้าในธุรกิจ โทรคมนาคมและองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ด้วยการจัดหาบริการสนับสนุนได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงในขณะนี้ …

แอดวานซ์ เอ็มเปย์ รื้อระบบใหม่! เตรียมขย่มตลาดจ่ายเงินผ่านมือถือ

เจาะใจ อดีตเซลล์มือโปร “คมสัน บุพนิมิตย์” หลังรับตำแหน่งปราบเซียน ดูแลการให้บริการชำระค่าบริการ ผ่านโทรศัพท์มือถือ “เอ็มเปย์” (Mpay) ร่างแผนตลาดทิ้งทวนปีหมาดุ รื้อระบบบริการใหม่ เร่งขยายฐาน พันธมิตรเพิ่ม ชูความไฮเทคด้วยเทคโนโลยี NFC พร้อมเปิดใช้บริการ สิงหาคม นี้ ควบวางเป้าฐานลูกค้า ครึ่งปีหลังพุ่ง 7 แสนเลขหมาย พลิกปูม แอดวานซ์ เอ็มเปย์ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด เป็นบริษัทลูกของ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส จัดขึ้นมาเพื่อให้บริการ ด้านธุรกรรมการเงินด้วยการชำระทางโทรศัพท์มือถือ ภายใต้การบริการที่ชื่อว่า เอ็มเปย์ (mPay) โดยได้รับใบอนุญาต การเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และได้เปิดบริการเมื่อเดือนสิงหาคม 2548 จุดกำเนิดการให้บริการ เอ็มเปย์ เดิมทิศทางการใช้โทรศัพท์มือถือให้บริการหลัก ๆ 3 ทิศทาง 1. Entertain ment 2. Information 3. Financial ซึ่งการให้บริการเหล่านี้ จึงเป็นนโยบายหรือทิศทางที่ทำให้ ทางเอไอเอส เปิดบริการ เอ็มเปย์ ขึ้นมาเพื่อรองรับการบริการ ด้านการชำระเงินให้กับลูกค้าเอไอเอส โดยลูกค้าต้องสมัครใช้บริการผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ของเอไอเอส …

เปิดสถานีทีวีบรอดแบนด์ เจาะลูกค้าต่างจังหวัด หวังเพิ่มผู้ใช้พุ่ง 3 แสนราย

ทีทีแอนด์ที กลัวตกกระแส ทดลองเปิดสถานีทีวีบรอดแบนด์ “แม็กเน็ต” ในต่างจังหวัดให้บริการฟรี 2 เดือน พร้อมร่วมพันธมิตรท้องถิ่น 5 รายผนึกคอนเทนต์ ข่าง เพลง หนัง หลังลูกค้า หวังกระตุ้นลูกค้าหันมาใช้บริการ อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เพิ่มขึ้น 3 แสนราย ประจวบ ตันตินนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทีทีแอนด์ที เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดให้บริการสถานีทีวีบรอดแบนด์ ชื่อ «Maxnet TV» โดยชมผ่านเว็บไซต์ www.MaxnetTV .net เพื่อให้บริการในเครือข่ายของบริษัทและผู้ให้บริการรายอื่น โดยบริการแม็กเน็ตทีวี จะให้บริการเนื้อหาเกี่ยวกับข่าว บันเทิงของฟรีทีวีทั้ง 5 ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และไอทีวี รายการทีวี ที่เผยแพร่ผ่านดาวเทียม นอกจากนี้ ได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการเคเบิ้ลทีวีต่างจังหวัด 5 ราย เพื่อเสนอรายการที่หลากหลาย เช่น เนชั่นแชนแนล, นิวส์ไลน์, สปอร์ตไลน์ และจอยทีวี ของเอ็น บี ที แชนแนล และรับชมรายการเคเบิลทีวีท้องถิ่น เช่น วี-ทีวี โสภณเคเบิ้ลทีวี โฮมเคเบิ้ลทีวี …

เอไอเอส สร้างจุดแข็ง โปรดักส์แบรนด์ ปัดฝุ่นจุดขาย เฟ้นหาพรีเซนเตอร์ 3 ระบบ จับคู่ ลิเดีย — U got friends กระตุ้นยอด วัน ทู คอล

เอไอเอส เดินหน้าสร้าง โปรดักส์แบรนด์หลังสงครามราคาสงบ เร่งหาพรีเซ็นเตอร์ชูจุดขาย ทั้ง 3 ระบบ ล่าสุด ดึงสาวน้อยหน้าใสนักร้องอาร์แอนดี “ ลิเดีย” มาเป็นเพื่อนสนิทคนใหม่วัน ทู คอล ในโปรแกรม U got friends หลังไร้พรีเซ็นเตอร์มานานร่วม 2 ปี มั่นใจฐานลูกค้าเพิ่มแน่ ชำนาญ เมธปรีชากุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า ทิศทางการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเน้นการสร้างจุดแข็งให้กับโปรดักส์บรนด์ให้เจนมากขึ้น ด้วยการดึงนักร้อง ศิลปินจากค่ายต่างๆ เข้าร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อสร้างภาพพจน์หรือจุดแข็งของแคมเปญอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อสร้างจุดแข็งบนความแตกต่างของภาพลักษณ์โปรดักส์ทั้ง 3 ระบบ ในส่วนของการให้บริการ ทั้งจีอสเอ็ม แอดวานซ์ วัน ทู คอล และสวัสดี “เราพยายามสร้างโพซิซีนิ่งแบรนด์แต่ละตัวให้แข็งแรง และเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น โดยผู้ใช้ระบบจีเอสเอ็ม เน้นกลุ่มคนทำงาน วัน ทู คอล ก็เป็นกลุ่มวัยรุ่นในเมือง และสวัสดีก็อาจเป็นคนต่างจังหวัดที่ดูแล้วง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่เรื่องมาก …

ทรูมูฟ เสริมทัพโรมมิ่ง ฟรีค่าธรรมเนียม เร่งขยายบริการ สิ้นปีนี้ให้ได้ 17 ประเทศ

ทรูมูฟ เร่งเครื่องบริการโทรข้ามแดน ใจป้ำฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 1500 บาท เตรียมเปิดบริการโทรศัพท์มือถือบนสายการบินเพิ่ม ล่าสุดร่วมกับเอมิเรสต์ นำร่อง 3 ลำ พร้อมเร่งสร้างอาณาเขต ขยายการให้บริการเมืองนอกสิ้นปีนี้ 17 ประเทศ เตรียมฟันรายได้สิ้นปี 1400 ล้านบาท สุพจน์ มหพันธ์ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าสายงานอินเตอร์เนชั่นแนล โรมมิ่ง แอนด์ เกตเวย์ บริษัททรูมูฟ จำกัด เปิดเผยว่า โลกปัจจุบันระบบการสื่อสารที่รวดเร็วทันสมัยเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจในภาวการณ์แข่งขันสูง และเพื่อรองรับความต้องการลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจหรือนักเดินทางที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศเกิดความคล่องตัวและไม่พลาดด้านการติดต่อสื่อสาร ดังนั้น ทรูมูฟ จึงสร้างความเหนือชั่นด้วยการให้บริการโทรศัพท์ข้ามแดนระหว่างประเทศ ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมใหม่และแคมเปญเพิ่มความสะดวก ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นการใช้โรมมิ่งลูกค้าทรูมูฟที่นำมือถือไปใช้ในต่างประเทศ โดยมอบโปรโมชันฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้ามูลค่า 1500 บาท โดยสิทธิพิเศษดังกล่าวสามารถใช้ได้เฉพาะลูกค้าที่ใช้ระบบโพสต์เพคหรือรายเดือน และจะทำการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคมนี้เท่านี้ ปัจจุบัน ทรูมูฟ มียอดฐานลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการโทรศัพท์ข้ามแดนระหว่างประเทศ ประมาณ 5 % หรือประมาณ 3.5หมื่นราย จากยอดลูกค้าแบบจ่ายรายเดือน รวมทั้งสิ้น 5-6 ล้านราย พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้ายอดรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศภายในสิ้นปีนี้ 1 แสนราย โดยประมาณยอดรายได้ของการบริการโรมมิ่งในปีนี้ที่ 1400 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมายอดรายได้ในระยะเวลา …

อัสซุส-ดูพอดขยับ ชิงผู้นำตลาดพีดีเอ

สองค่ายผู้ผลิตพีดีเอโฟน “อัสซุส-ดูพอด” ขยับเปิดตัวสินค้าใหม่ลงแข่งขันในตลาดช่วงใกล้ไตรมาสสุดท้ายของปี ชูจุดขายชิงความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง อัสซุส ใช้แนวคิด“อัสซุส โมบิลิตี้” ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ขณะที่ ดูพอด ใช้ “เอ็นจอย โมบิลิตี้” โชว์อิสระการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด เป็นจุดขาย คาดปีหน้าตัวเลขเติบโตขยับเพิ่มเป็น 50% จากปีนี้เติบโต 37% พรเทพ วัชรอำนวย ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อัสซุสเทคคอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดรวมพีดีเอเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ประเทศไทยมีปริมาณการใช้พีดีเอสำหรับรับส่งอีเมล์ บนพื้นฐานระบบปฏิบัติการวินโดวน์ โมบายสูงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน คาดปีหน้าตลาดจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 50% จาก 37% ในปีนี้ อัสซุส มีนโยบายพัฒนานวัตกรรมใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้แนวคิด “อัสซุส โมบิลิตี้” ตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้พีดีเอโดยเฉพาะ อาทิ นักธุรกิจ คนไอที และนักศึกษาด้านวิศวกรรม โดยกระจายสินค้าผ่านช่องทางจัดจำหน่ายตามร้านค้าโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้ในต่างจังหวัด ตามหัวเมืองใหญ่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ปัจจุบันอัสซุสทำตลาดพีดีเอโดยกระจายสินค้าผ่าน บริษัท ดีคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรายแรกของกลุ่มพีดีเอ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับคู่ค้ารายอื่นๆ ที่เหมาะสม หลังจากเฟสแรก อัสซุสนำเครื่องเข้าทดลองตลาดก่อนจำนวน 600 เครื่อง และได้การตอบรับที่ดีจากลูกค้าในเมืองไทย …

“แอปเปิล”ไม่ยอมแหว่ง!! ปรับทัศนคติ‘แพง-ใช้ยาก’ เล็งเปิดตัวระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ แก้เกมชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

เชื่อแน่ว่าใครหลายคนคงเคยได้สัมผัสหรือผ่านตากับสินค้าสัญลักษณ์รูปแอปเปิลแหว่งมาบ้างแล้ว หากมองความเป็น “แอปเปิล” จะต้องนึกถึงเพียงคำเดียว “อินโนเวชั่น (Innovation) ” เป็นสิ่งสำคัญ แต่การทำตลาดในไทยนั้น “ไม่ใช่เรื่องง่าย” แม้ภาพรวมตลาดยังไปได้ไกลและมีโอกาสเติบโต เพราะการปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ใช้คนไทยทั่วไป ก้าวข้ามความกลัวต่อความเป็นแอปเปิล ในแง่ของ “ใช้ยากและราคาสูง” ซึ่งยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว ที่ผู้ใช้ยังไม่ทราบคุณค่าแท้จริง หลังจากเข้ามานั่งแท่นกุมบังเหียนทั้งแบรนด์และผลิตภัณฑ์แอปเปิลได้ไม่นาน เทิดศักดิ์ สกุลยงค์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท แอปเปิล (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำจำกัดความสั้นๆ ว่า คำตอบที่นำไปสู่กลยุทธ์หลักของแอปเปิล ไม่ใช่ตลาดเมืองไทยมีจุดอ่อน แต่สำหรับ “จุดอ่อน” ที่ต้องจัดการคือ “ตัวเอง” ต้องขยันทำการบ้านให้หนักกว่าที่ผ่านมา รูปแบบความท้าทายสำหรับแอปเปิลยังคงเป็น 3 ประเด็นหลักคือ 1.มุ่งให้ความรู้กับผู้ใช้งาน นำความเข้าใจผิดทุกกรณีออกไป 2.สร้างความเข้าใจด้านราคาที่เหมาะสมกับประสิทธิภาพแท้จริง และสุดท้าย 3. สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายบนความไม่จำกัดเฉพาะในโลกแอปเปิลอย่างเดียวอีกต่อไป โดยเฉลี่ยทุกปี 8% ของยอดขาย หรือประมาณ 1 ใน 4 แอปเปิลทุ่มไปกับการพัฒนาวิจัยเทคโนโลยีและดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่ออนาคต ออกสู่ตลาดตลอดเวลา เพื่อให้สมกับคำว่า “แข็งแกร่งบนสังเวียนระดับโลก” เทิดศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ในแง่ของผลิตภัณฑ์“เราเปลี่ยนมามากแล้ว” ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล แบ่งกลุ่มผู้ใช้งานชัดเจน ระหว่างกลุ่มผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ หรือสาวกแม็ค และกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป …